ประเพณีกวนข้าวทิพย์

ประเพณีกวนข้าวทิพย์ เป็นประเพณีหนึ่งที่ไทยเรารับปฎิบัติมาจากศาสนาพราหมณ์ ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีและรุ่งเรืองมากในสมัยกรุงศรีอยุธยา และมีการฟื้นฟูในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มาละเว้นเลิกลาไปในรัชกาลที่ 2 และ 3 ต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ทรงเห็นว่าประเพณีกวนข้าวทิพย์นั้น มีคุณค่าทางวัฒนธรรมมาก ช่วยเสริมสร้างพลังใจให้กับชาวนาของไทยอย่างดียิ่ง เป็นประเพณีซ่อนแฝงคุณธรรม ไว้ทั้งด้านความประพฤติ และส่งเสริมอาชีพการงานไปพร้อมๆ กัน

การกวนข้าวทิพย์เดิมทีทำกันทุกหมู่บ้าน ในท้องที่อำเภอพรหมบุรี ที่มีอาชีพทำนา และเลิกรากันไปหมดสิ้น ยังเหลือหมู่บ้านที่ยังถือปฎิบัติกันอยู่ 3 หมู่บ้านคือ หมู่บ้านโภคาภิวัฒน์ หมู่บ้านวัดกุฎีทอง และหมู่บ้านอุตมะพิชัย โดยมุ่งหมายที่จะบำเพ็ญกาลทาน ตามประเพณีพราหมณ์และถวายเป็นคัพภสาลีทาน เมื่อข้าวแรกตั้งท้องเป็นน้ำนม อันเป็นปฐมทาน ส่วนที่เกี่ยวกับข้าวกล้าด้วย ผู้ทำปรารถนาจะให้ข้าวกล้าในไร่นาของตนที่กำลังตั้งท้อง ปราศจากอันตรายจากสิ่งรบกวน เป็นการบูชาพระแม่โพสพ ที่เป็นเทพเจ้าหรือเทพธิดาประจำท้องนา ส่วนเครื่องปรุงข้าวทิพย์นั้นก็เลือกสิ่งของที่พอจะหาได้ในท้องถิ่นและคงไว้ 9 สิ่ง (มงคล 9) คือ ถั่ว งา มะพร้าว นม น้ำผึ้ง น้ำตาล น้ำอ้อย เนย และน้ำนมที่คั้นจากรวงข้าว กำหนดระยะเวลาของการจัดทำก็ถือตามความสะดวก ส่วนใหญ่จะทำกันในเดือน 12 หรือเดือนอ้าย ถือเอาระยะเวลาที่ข้าวกล้าในท้องนามีรวงข้าวเป็นน้ำนมของแต่ละปี (วัดกุฎีทอง กำหนดทำพิธีในวันที่ 4 ธันวาคม เพื่อจะได้นำข้าวทิพย์ถวายพระ และทำบุญปฎิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา)

ในด้านพิธีกรรม เป็นประเพณีที่ทำกันย่อๆ ถือตามสะดวก และตามกำลังของชาวบ้าน พิธีสงฆ์ก็จัดทำเพียงวันเดียว โดยชาวบ้านนำเอาสิ่งของเครื่องปรุงมารวมกันที่วัด คงจะหาพราหมณ์ทำพิธีไม่ได้ คงเหลือแต่ใช้สาวพรหมจารี ก็พิถีพิถันคัดเลือกจากหญิงสาวที่ยังไม่มีระดู นุ่งขาว ห่มขาว รับสมาทานศีลแปด ถือปฎิบัติตามองค์ศีลอย่างมั่นคง แม้ที่พักก็จัดให้อยู่ส่วนหนึ่ง และจะต้องอยู่ร่วมพิธีตั้งแต่เป็นคนเริ่มกวนข้าวทิพย์ จนถึงพิธีถวายข้าวทิพย์แด่พระสงฆ์ในตอนเช้าด้วยจึงจะหมดหน้าที่ เหตุที่ต้องใช้สาสพรหมจารีในการประกอบพิธี ด้วยต้องการความบริสุทธิ์ทั้ง กาย วาจา และใจ เพื่อส่งเสริมให้ทานมีผลเลิษ